สำหรับร้านค้า
เพิ่มช่องทางขาย โดยที่กำไรต่อจานยังเป็นของร้าน
ร้านเล็กรับส่วนแบ่งยี่สิบถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ต่อออเดอร์ไม่ไหว ทางออกที่ทุกคนใช้คือขึ้นราคาในแอป ซึ่งผลักภาระไปที่ลูกค้าและทำให้ยอดสั่งลดลงอยู่ดี KinZaab จึงคิดเป็นค่าสมาชิกรายเดือนคงที่แทน และคิดอัตราเดียวกันไม่ว่าร้านจะอยู่ในเมืองหรือนอกเขต
เริ่มต้น 500 บาทต่อเดือน

ต่างกันตรงไหน
ส่วนแบ่งต่อออเดอร์ กับ ค่าสมาชิกรายเดือน
ตัวเลขข้างล่างคือเหตุผลที่ร้านต้องตั้งสองราคา เมื่อค่าธรรมเนียมโตตามยอดขาย ยิ่งขายดีก็ยิ่งจ่ายมาก
แบบหักส่วนแบ่งต่อออเดอร์
- ยิ่งขายได้มาก ยิ่งถูกหักมากตามสัดส่วน
- ต้องบวกราคาในแอปให้สูงกว่าหน้าร้านเพื่อให้เหลือกำไร
- ลูกค้าเห็นราคาสองแบบ และรู้สึกว่าสั่งผ่านแอปแพงกว่า
- ประเมินค่าใช้จ่ายล่วงหน้าไม่ได้จนกว่าจะปิดเดือน
แบบเหมาจ่ายรายเดือนของ KinZaab
- จ่ายเท่าเดิมทุกเดือน รู้ตัวเลขตั้งแต่ต้นเดือน
- ยอดขายที่ยังไม่เกินเพดานของแพ็กเกจ เข้าร้านเต็มจำนวน
- ตั้งราคาในแอปเท่าหน้าร้านได้ ไม่ต้องเผื่อค่าธรรมเนียม
- ขายได้มากขึ้นในเดือนนั้น ไม่ได้แปลว่าจ่ายมากขึ้นตามสัดส่วน
เกินเพดานของแพ็กเกจแล้วจึงเริ่มคิดส่วนแบ่งเฉพาะส่วนที่เกิน ในอัตรา 5% ถึง 7% แล้วแต่แพ็กเกจ ดูตัวเลขทั้งหมดได้ในหน้าค่าบริการ
สิ่งที่ร้านได้
เครื่องมือที่พอสำหรับร้านที่ทำกันเองไม่กี่คน
คิวออเดอร์แยกสถานะ
ใหม่ กำลังทำ พร้อมแล้ว แยกแท็บชัดเจน กดรับหรือปฏิเสธได้ทันที พร้อมโน้ตจากลูกค้าที่ติดมากับออเดอร์
รายงานยอดขาย
ดูได้ทั้งรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หรือเลือกช่วงเอง พร้อมอันดับเมนูที่ขายดีในช่วงนั้น
ยอดค้างรับจากระบบ
ออเดอร์ที่ลูกค้าจ่ายผ่านระบบ จะขึ้นว่าค้างรับอยู่เท่าไรและเคลียร์ล่าสุดเมื่อไร
จัดการเมนูเอง
เพิ่ม แก้ราคา ปิดเมนูที่ของหมด ทำได้จากในแอปโดยไม่ต้องแจ้งใคร
ปิดรับออเดอร์ชั่วคราว
วันไหนไม่พร้อม กดปิดรับได้ทันที ลูกค้าจะไม่เห็นร้านเปิดรับในแอป
เปิดสาขาเพิ่มได้
ร้านที่มีมากกว่าหนึ่งจุด ขอเปิดสาขาเพิ่มได้ แต่ละสาขาคิดค่าสมาชิกแยกกัน
เริ่มยังไง
สามขั้น ไม่มีค่าแรกเข้า
- 1
ส่งข้อมูลร้าน
ชื่อร้าน ที่ตั้ง ประเภทอาหาร และเบอร์ติดต่อ ส่งมาที่ [email protected]
- 2
รับบัญชีเข้าใช้งาน
เราสร้างร้านให้ในระบบ แล้วส่งชื่อผู้ใช้กับรหัสผ่านสำหรับแอป K Kitchen กลับไป
- 3
ใส่เมนูแล้วเปิดรับ
ใส่เมนูและราคาเอง กดเปิดรับออเดอร์ ร้านจะขึ้นในแอปของลูกค้าทันที
